:: www.isuzu-tis.com ::
 
Skip Navigation Linksหน้าแรก > ข่าวและกิจกรรม > รายละเอียดข่าวและกิจกรรม
 

คสช. รุดตรวจโครงการเศรษฐกิจพิเศษ นครพนม เชื่อมค้าชายแดน

 

          

คสช.ลงพื้นที่ นครพนม ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเชื่อมโยงการค้าชาย
แดน ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้า ด้านพ่อเมือง ยัน พร้อมวางพื้นฐานพัฒนา ดึงดูดนักลงทุน พอใจมูลค่า
การค้าชายแดนพุ่ง เกือบ 5 หมื่นล้าน
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2558 นายจำเริญ ยุติธรรมสกุล รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะ
ทำงานขับเคลื่อนพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาล พร้อมด้วย นายจตุพร เณรนุ่ม เลขานุการรองปลัดสำนัก
นายกรัฐมนตรี นายสมบัติ ธนพัฒนพงศ์ ผู้อำนวยการส่วนประชาสัมพันธ์ และวิเทศสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรม
การการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และคณะ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า มอบแนวทาง 
และรับฟังปัญหา ในการขับเคลื่อนวางแผนการพัฒนาของศูนย์เศรษฐกิจพิเศษ จ.นครพนม
ภายหลัง จ.นครพนม ได้รับการประกาศเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 2 เพื่อเดินหน้าพัฒนาเป็น
เมืองศูนย์กลางการค้า การท่องเที่ยว เชื่อมโยงสู่ชายแดนไทย ลาว เวียดนาม และจีน โดยมี นายอดิศักดิ์ เทพอาสน์
 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือสรุปการดำเนินงาน ภายใน
ห้องประชุมศูนย์ส่งเสริมเศรษฐกิจการค้าผ่านแดน จ.นครพนม บริเวณใกล้ด่านชายแดน สะพานมิตรภาพไทยลาว 
แห่งที่ 3 นครพนม – คำม่วน ในครั้งนี้
ทาง นายอดิศักดิ์ เทพอาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้สรุปความก้าวหน้าการขับเคลื่อนพัฒนารอง
รับการเติบโตด้านเศรษฐกิจ ของ จ.นครพนม เพื่อรองรับนโยบายของรัฐบาล ในการประกาศให้ จ.นครพนม เป็น
พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 2 ว่า ได้ทำงานเชิงรุกวางยุทธศาสตร์ในการวางรากฐาน
เพื่อดึงดูดนักลงทุน ผู้ประกอบการการค้าทุกภาคส่วนมาลงทุน ซึ่งเน้นให้จังหวัดนครพนม เป็นศูนย์กลาง
การค้าเพื่อกระจายสินค้าส่งออกชายแดน ไปยัง ลาว เวียดนาม และจีน เนื่องจาก นครพนม มีสะพานมิตรภาพไทย
ลาวแห่งที่ 3 นครพนม – คำม่วน เชื่อมไปยังเส้นทาง หมายเลข 8 หมายเลข 12 ที่มีระยะทางขนส่งสั้นที่สุดไปยัง 
ชายแดนเวียดนาม ประมาณ 300 กิโลเมตร จึงเป็นจุดแข็งในการลดต้นทุนการขนส่ง
เบื้องต้น ได้มีการกำหนดพื้นที่สาธารณประโยชน์โคกภูกระแต เนื้อที่กว่า 2,500 ไร่ ในพื้นที่บ้านไผ่ล้อม 
ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม เป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุน รวมถึงพื้นที่เศรษฐกิจใน อ.เมืองนครพนม 10 
ตำบล และ อ.ท่าอุเทน 3 ตำบล ซึ่งปัจจุบันได้มีการตั้งศูนย์ประสานงานพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ รวมถึงก่อสร้าง
โลจิสติกส์ เกี่ยวกับการจัดการขนส่งสินค้าชายแดน รองรับการเติบโตด้านเศรษฐกิจ และวางเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์
กลางกระจายสินค้าชายแดน ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ และปัจจุบันถือว่ามีความพอใจเกี่ยวกับมูลค่าสินค้าส่งออก
นำเข้าชายแดน นครพนม ซึ่งในช่วงปี 2556 มีมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านบาท ปี 2557 ประมาณ 80,000 ล้านบาท 
คาดว่าในปี 2558 จะเพิ่มขึ้นถึงกว่าแสนล้านบาท ที่จะเป็นตัวชี้วัด ว่า จ.นครพนม จะต้องเป็นเมืองเศรษฐกิจพิเศษ ที่มี
ความเติบโตด้านเศรษฐกิจการค้าการท่องเที่ยว ที่สำคัญของภาคอีสานในอนาคต และจะสามารถดึงดูดนักลงทุนมา
ประกอบธุรกิจได้อย่างแน่นอน
ขณะเดียวกัน ทางด้าน นายจำเริญ ยุติธรรมสกุล รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากภาพรวมการ
สรุปข้อมูลการขับเคลื่อนวางแผนงานพัฒนา รองรับเมืองเศรษฐกิจพิเศษ ยอมรับว่า เป็นที่น่าพอใจ เกี่ยวกับเรื่องมูล
ค่าสินค้าชายแดน ในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากจะเป็นตัวชี้วัดที่จะสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน โดยทางรัฐบาลจะติด
ตามการดำเนินงานใกล้ชิด เพื่อให้ จ.นครพนม มีศักยภาพในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องงบประมาณ รวมถึง
ปัญหาด้านต่างๆ ที่ยังติดขัด จะได้นำไปหารือแนวทางวางแผนแก้ไขเร่งด่วน เนื่องจากรับทราบว่า ทางภาคเอกชน กลุ่ม
พ่อค้า ผู้ประกอบการ ยังมีความต้องการเรื่องสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อมาลงทุนในพื้นที่ จ.นครพนม และจะเป็น
การสร้างความมั่นคงด้านธุรกิจการค้า ไม่ว่าจะเป็นแหล่งเงินทุน เรื่องของการเสียภาษี รวมถึงทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง จะ
ต้องมีแคมเปญ ดึงดูดผู้ประกอบการ ทั้งนี้อยากเรียนไปยังทุกภาคส่วน รวมถึงนักลงทุนว่า ขอให้มีความเชื่อมั่นใน
รัฐบาล และความมั่นคงด้านต่างๆ ยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้จะทุ่มเททำงานพัฒนาด้านเศรษฐกิจ รวมถึงพื้นที่เศรษฐกิจ
พิเศษ จะต้องได้รับการดูแล ให้สามารถขับเคลื่อนไปได้ตามเป้าหมาย เพราะเป็นความคาดหวังของรัฐบาลที่จะให้
พื้นที่ชายแดน รวมถึง จ.นครพนม มีความเจริญ ก้าวหน้าด้านการค้า เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ยกระดับความเป็นอยู่
ของประชาชนในพื้นที่ อยู่ดี กินดี ในอนาคต




 อัพเดตเมื่อ  2015-05-15


http://www.thairath.co.th/content/498623