:: www.isuzu-tis.com ::
 
Skip Navigation Linksหน้าแรก > รอบรู้กับโลจิสติกส์ > รายละเอียดเกี่ยวกับโลจิสติกส์
 

โอกาสทางการค้า-ขนส่ง GMS ต่อยอดระดับอาเซียน

 

          

ข้อตกลงภายใต้กรอบ AEC ยังไม่ก้าวหน้าเท่ากับ GMS เฉพาะในเรื่องของการขนส่งเป็นไปด้วยดี

ประเทศไทยมีเส้นทางการขนส่งทางบกที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านค่อนข้างสมบูรณ์ (เวียดนาม กัมพูชา 
ไทย ลาว พม่า จีนตอนใต้) และการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชียงของ – ห้วยทราย จะแล้วเสร็จ
ในปี 2555 ขณะที่ผู้ประกอบการขนส่งเจอทางตันหลังพบอุปสรรคขนส่งสินค้าข้ามแดนใน GMS (Greater 
Mekong Sub-region) โดยเฉพาะการส่งสินค้าเข้าไปที่จีน ส่วนไทย-ลาว-เวียดนาม เจรจาแบบจับคู่ผ่านฉลุย 
หากการอำนวยความสะดวกตามข้อตกลงขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนระหว่าง GMS สำเร็จ (Greater Mekong 
Subregion Cross-border Transport Agreement: GMS CBTA) จะเป็นการปูทางการรวมประชาคมเศรษฐ
กิจอาเซียน หรือ AEC (ASEAN Economic Community) 10 ประเทศ อำนวยความสะดวกด้านการค้า-การขน
ส่งให้เป็นรูปธรรมในทางปฏิบัติได้อย่างสมบูรณ์ในปี 2558

ความร่วมมือทางเศรษฐกิจของ GMS มีวัตถุประสงค์ต้องการให้เกิดความเชื่อมโยงระบบโครงข่ายคมนาคม 
และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันให้แก่ประเทศในอนุภูมิภาค โดยมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนการผลิต
สินค้าและบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดต้นทุนโลจิสติกส์ด้านการขนส่ง ซึ่งประเทศไทยมีมากถึง 8.7% ต่อ
จีดีพี ขณะที่ต้นทุนโลจิสติกส์โดยรวมอยู่ที่ 19% ต่อจีดีพี

นอกจากนี้ไทยยังได้จัดทำความตกลงด้านการขนส่งทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคีภายใต้กรอบความร่วมมือ
ต่างๆ ทั้งในด้านการอำนวยความสะดวกการขนส่งระหว่างประเทศ และการเปิดเสรีการค้าและบริการ สาขาการ

ขนส่งทางถนน โดยมีระยะการเปิดเสรีการบริการโลจิสติกส์ภายใต้ AEC หรืออาเซียน ในปี 2556 โดยจะมีการ
เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของชาวต่างชาติให้มากขึ้นถึง 70% ในสาขาบริการโลจิสติกส์ เช่น ขนส่งทางทะเล ทางถนน
 ทางราง และบริการที่เกี่ยวข้อง

สำหรับประโยชน์ที่ได้จากการรวมตัวเศรษฐกิจประชาคมอาเซียน (AEC) นอกจากจะส่งเสริมการใช้ทรัพยากรและ
วัตถุดิบระหว่างภูมิภาคแล้วยังเพิ่มความน่าสนใจด้านการค้าและการลงทุนกับประเทศนานาประเทศ ซึ่งปัจจุบัน
ภาษีนำเข้าระหว่างอาเซียน 6 ประเทศ ส่วนใหญ่เป็นศูนย์ทั้งหมด ยกเว้นเวียดนาม ลาว พม่า กัมพูชา จะลดภาษี
ลงเหลือศูนย์ภายในปี 2558

 นายชัยรัตน์ สงวนซื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวถึงความคืบหน้าของข้อตกลงด้านการขนส่งภายใต้ความ
ร่วมมือ GMS และกรอบอาเซียนว่า ข้อตกลงภายใต้กรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ยังไม่ก้าวหน้าเท่า
กับ GMS แต่เฉพาะในเรื่องของการขนส่งเป็นไปด้วยดี ขณะนี้เราใช้ความตกลงแบบทวิภาคี คือจับคู่เจรจาซึ่งทำ
ให้คืบหน้าไปได้เร็ว ปัจจุบันการขนส่งไทย-ลาวคืบหน้าไปมากแล้วในทางปฏิบัติ ทั้งการขนส่งผู้โดยสารและขนส่ง
สินค้า ส่วนไทย-ลาว-เวียดนาม อยู่ในระหว่างการดำเนินการ ซึ่งด้านการท่องเที่ยวเปิดกับเวียดนามแล้ว ส่วนการ
ขนส่งสินค้าภายในปีนี้น่าจะแล้วเสร็จ สำหรับกัมพูชา และจีน ต่างก็ให้ความสนใจเช่นกัน
 
ทั้งนี้กระทรวงคมนาคม ได้ดำเนินการจัดส่งตัวอย่างร่างบันทึกความเข้าใจในการเริ่มใช้ความตกลงว่าด้วยการอำ นวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร ณ จุดผ่านแดนเชียงของ-ห้วยทราย (ไทย-ลาว) และจุดผ่าน แดนบ่อเต็น-บ่อหาน (ลาว-จีน) เพื่อให้รัฐบาลจีนดำเนินการพิจารณาต่อไป โดยร่างบันทึกดังกล่าวมีหลักการและ สาระสำคัญเช่นเดียวกันกับบันทึกความเข้าใจฯระหว่างไทย-ลาว-เวียดนาม “ปัจจุบันไทยมีการขนส่งสินค้าจากไทย-ลาว-เวียดนาม เมื่อเจรจาทางเวียดนามแล้วเสร็จ ผู้ประกอบการไทยก็ จะได้รับประโยชน์โดยไม่ต้องเสียเวลาในการเปลี่ยนถ่าย-ยกตู้สินค้าระหว่างชายแดน (double handling) ด้าน พิธีการศุลกากร ก็ได้มีการตกลงกันเพื่อลดภาระเวลาในการตรวจผ่าน โดยมีการตรวจที่ฝ่ายไทยจุดเดียว และลาว จุดเดียว ซึ่งผู้ขนส่งจะต้องระบุประเภทสินค้าและเส้นทางการขนส่งภายในประเทศ” อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าว อย่างไรก็ดี ทางกรมฯขนส่งทางบก ได้จัดการฝึกอบรมการขับรถบรรทุกระหว่างประเทศให้กับผู้ฝึกอบรมการขับ รถ (Train-the-trainers) ซึ่งมีผู้เข้าร่วมอบรมจาก 3 ประเทศได้แก่ ไทย ลาว และเวียดนาม เป็นการฝึกขับรถด้วย พวงมาลัยซ้ายในประเทศไทย และการขับรถด้วยพวงมาลัยขวาในลาวและเวียดนาม ส่วนประเด็นปัญหาเรื่องการประกันภัยที่ยังไม่ครอบคลุมถึงประเทศอื่น สภาหอการค้าฯได้รับเป็นเจ้าภาพ โดย จัดให้มีบริษัทกลางที่ทำหน้าที่นี้ โดยผู้ขนส่งจะต้องซื้อประกันรวม ระบบมาตรฐานคุณภาพบริการขนส่ง เพื่อให้การเปิดเสรีการค้าบริการขนส่งด้วยรถบรรทุกได้รับผลกระทบน้อยที่สุด กรมการขนส่งทางบกได้มีการดำ เนินการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการขนส่งอย่างต่อเนื่องในด้านวิชาการ ข้อมูล ข่าวสาร และคำแนะนำ จากผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อพัฒนาไปเป็นผู้ประกอบการขนส่งและโลจิสติกส์ที่มีความเข้มแข็งในการสนับสนุนภาคการ ค้าและอุตสาหกรรมต่างๆ ของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังได้จัดให้มีระบบมาตรฐานคุณภาพบริการ ขนส่งด้วยรถบรรทุกเพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุกอีกด้วย ระบบมาตรฐานคุณภาพบริการขนส่งด้วยรถบรรทุก ประกอบด้วยหลักเกณฑ์ 5 ด้าน คือ 1. ด้านการบริหารจัดการ องค์กร 2. ด้านปฏิบัติการขนส่ง ซึ่งรวมถึงการบริหารจัดการด้านการติดตามยานพาหนะและสินค้า และป้องกัน- จัดการเหตุ 3. ด้านการบริหารจัดการพนักงานทั่วไปและพนักงานขับรถ 4. ด้านการบริการจัดการหมู่ยานพาหนะ 5. ด้านลูกค้าสัมพันธ์และอื่นๆ ซึ่งในแต่ละด้านมีรายการข้อกำหนดต่างๆ ที่เป็นข้อบังคับต้องปฏิบัติตาม ซึ่งทางกรมฯ ขนส่งทางบก ได้จัดทำเป็นคู่มือให้กับผู้ประกอบการขนส่ง โดยจัดให้มีการตรวจประเมินและให้การรับรองมาตรฐาน คุณภาพบริการของผู้ประกอบการขนส่ง การส่งเสริมให้มีการรับรองมาตรฐานคุณภาพบริการขนส่งจะเป็นมาตรการหนึ่งในการส่งเสริมการแข่งขันด้านคุณ ภาพมากกว่าด้านการตัดราคาค่าขนส่ง นอกจากนี้กรมขนส่งทางบกยังได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลผู้ประกอบการ ขนส่งเชิงพื้นที่ (GIS) และระบบสารสนเทศเพื่อจับคู่รถเที่ยวเปล่ากับงานขนส่ง Thai Truck Center ซึ่งผู้ใช้บริการ สามารถค้นหาผู้ประกอบการขนส่งในแต่ละพื้นที่ได้อย่างสะดวก และมั่นใจในความปลอดภัยและคุณภาพการบริ การขนส่งด้วยรถบรรทุก จัดตั้งสถานีขนส่งสินค้าทั่วประเทศ กรมการขนส่งทางบก ได้ว่าจ้างบริษัท เอเชี่ยนเอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด ศึกษาความเหมาะสมในการดำ เนินการสถานีขนส่งสินค้าในเมืองหลักและจังหวัดชายแดน การพิจารณาตำแหน่งที่ตั้งของสถานีขนส่งสินค้า คณะที่ปรึกษาฯ ได้พัฒนากระบวนการคัดสรรประกอบด้วย ปัจจัย 4 ประการคือ ภาพรวมเศรษฐกิจของจังหวัด ปริมาณการขนส่งระหว่างภูมิภาคและจังหวัด ด้านนโยบาย กลยุทธ์ แผนและโครงการจังหวัด และด้านโลจิสติกส์และสิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่อระบบคมนาคมในท้องถิ่น จากผลการวิเคราะห์ปัจจัยดังกล่าวพบ 13 จังหวัดที่มีศักยภาพสูงในการจัดตั้งสถานีขนส่งสินค้า ได้แก่ จังหวัด สงขลา เชียงใหม่ หนองคาย อุดรธานี สระแก้ว อุบลราชธานี มุกดาหาร ตาก สุราษฎร์ธานี เชียงราย นครราชสีมา ขอนแก่น และนครสวรรค์ ทั้งนี้ในระยะแรก กรมฯ ได้จัดทำโครงการก่อสร้างสถานีขนส่งสินค้า จำนวน 6 แห่งคือ เชียงใหม่ สงขลา หนอง คาย อุบลราชธานี เชียงราย และตาก โดยขอรับการจัดสรรวงเงินกู้ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข้ง 2555 วง เงิน 2,500 ล้านบาท ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรอง และจากเงินงบประมาณ ประจำปี 2554 วงเงิน 545 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาของสำนักงบประมาณเช่นกัน เปิดเสรีการขนส่งทางถนน การเปิดเสรีการค้าบริการในสาขาโลจิสติกส์ภายใต้กรอบอาเซียน ซึ่งกำหนดให้นักลงทุนต่างชาติสามารถถือหุ้น ได้ 70% ภายในปี 2556 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ภาครัฐควร เปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ควบคุม เป็นการกำกับดูแล สนับสนุนและส่งเสริมขีดการแข่งขันของผู้ประกอบการ ขนส่งให้มากยิ่งขึ้น “เชื่อว่าผู้ประกอบการขนส่งได้เตรียมตัวและปรับตัวเองมา 2-3 ปีแล้ว จะเห็นว่าหากภายใต้กรอบอาเซียนบวก สาม (จีน เกาหลี ญี่ปุ่น) หรืออาเซียนบวกห้า (รวมนิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย) ประเทศที่จะมาจับมือกับเราเป็น ประเทศที่เข้มแข้งในเรื่องระบบขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ผู้ประกอบการจึงควรผนึกกำลังจัดตั้งสถาบัน ขนส่งวิชาชีพ จะได้มีกฎหมายคุ้มครองว่าประเทศอื่นที่เข้ามาทำอะไรได้บ้าง เพราะรัฐเพียงช่วยให้คำปรึกษา แต่ ด้านการพัฒนาผู้ประกอบการต้องปรับตัว” อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ให้ความคิดเห็นในท้ายสุด อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการขนส่งของไทย โดยเฉพาะในเรื่องเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมการใช้เครื่องมือที่เหมาะสมในการขนส่งสินค้า เพราะวันนี้จะไม่เห็นโกดังขนาดใหญ่ ระบบสินค้าจะ ถูกสั่งจากคอมพิวเตอร์ ผลิตเท่าไร ไปยังจุดไหน ต้องใช้ระบบการบริหารจัดการขนส่งทั้งสิ้น Sector ที่มีการเปิดเสรีโลจิสติกส์ Sectors Timeline Air Freight 2008 Scheduled Passenger 2008 International Maritime Freight Transportation 2013 Maritime cargo handling services Storage & warehousing services Freight transport agency services Other auxiliary services Courier services Packaging services Customs clearance services International Rail Freight Transport 2015 International Road Freight Transport 2015 เส้นทางเขตเศรษฐกิจหลัก (Economic Corridor) • North-South Economic Corridor (R3) เชื่อมโยงไทย-ลาว-จีน (R3E) ไทย-พม่า-จีน (R3A) และจีน-เวียดนาม • East-West Economic Corridor (R2) เชื่อมโยงพม่า-ไทย-ลาว-เวียดนาม • Southern Economic Corridor (R1) เชื่อมโยงไทย-กัมพูชา-เวียดนาม


http://www.logisticsdigest.com